เจาะลึก GPX demon 150 GR สปอร์ตสายพันธ์ุใหม่ของ GPX

GPX demon 150 GR รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตที่มาในรูปแบบ  Full fairing มีเอกลักษณ์เฉพาะตามแบบ GPX สายเลือดไทย มีการเปิดตัวครั้งแรกที่งาน Motor Expro  2017 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่ากระแสตอบรับจากคนที่เฝ้ารอได้รับความสนใจอย่างมาก สามารถสร้างยอดขายได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถือเป็นการประสบความสำเร็จไปอีกขั้นของค่ายไทยอย่าง GPX Racing

เรากลับมาเข้าเรื่องของเรากับดีกว่าครับ หลายๆ ท่านอาจจะกำลังสนใจเจ้า GPX demon 150GR ตัวนี้อยู่ไม่ใช่น้อย และหลายๆ ท่านอาจจะกำลังตัดสินใจซื้ออยู่อยากให้บทความนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อในครั้งนี้ครับ

มาว่ากันด้วยเรื่องของดีไซน์ก่อนเลย หลายๆ ท่านก็เคยเห็นมาบ้างแล้วตามท้องถนนกับเจ้า GPX demon 150GR คันนี้ ที่เป็นแบบ Full fairing น้ำหนักเบาขับขี่บนท้องถนนได้สะดวกสบายโดยเฉพาะในช่วงรถติดสามารถ ซอกแซกระหว่างช่องตรงกลางได้เป็นอย่างดี ทำให้ทุกการขับขี่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น

GPX demon 150GR มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 149 cc 4 จังหวะ คงเป็นที่ทราบกันดีว่าสูบเดียวมันจี๊ดแค่ไหน ในเรื่องของรอบต้นเรียกได้ว่าทำออกมาดีพอสมควรแต่เมื่อเทียบกับค่ายๆ อื่นแล้วก็อาจจะยังสู้ไม่ได้บ้าง ผมต้องขอบอกก่อน GPX เขาแอบหมกพละกำลังเอาไว้ในช่วงกลางไปจนถึงรอบปลาย เจ้า GPX demon 150GR จะแสดงพละกำลังของตัวเองในช่วงเข้าสู่รอบกลางถึงปลายออกมาได้ดีเลยทีเดียว (แหม่ๆ ไม่ธรรมดา) อัตรากำลังอัดที่ GPX ให้มา 9.2:1 ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบครัทช์เปียก

สำหรับเข้า GPX  คันนี้เน้นระบบจ่ายน้ำมันแบบ คาร์บูเรเตอร์ อย่างที่รู้ๆ กันดีโดยเฉพาะรถที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันแบบ คาร์บูเรเตอร์ จะมีความแรงแค่ไหน รวมไปถึงการดูแลรักษาที่ค่อนข้างง่ายกว่าระบบหัวฉีดเพราะไม่มีระบบไฟฟ้าไปควบคุม มีแค่ไขควงแบน อันเดียวใช้ในการจูนอากาศ ถ้าใครยังไม่มีความรู้เรื่องนี้มากพอแนะนำให้หาช่างที่มีความชำนาญหรือถ้าจะให้ดีที่สุดเข้าศูนย์บริการที่ไว้วางใจหรือศูนยืที่เราซื้อรถมาให้ช่วยจูนอากาศให้ก็ได้ครับ ในเมื่อคาร์บูเรเตอร์มีข้อดีในเรื่องความแรงแล้ว จะไม่มีข้อเสียเลยก็คงไม่ใช่ ข้อเสียหลักๆ ของระบบจ่ายน้ำมันแบบคาร์บูเรเตอร์คืออัตราการกินน้ำมันถือว่ากินน้ำมันพอสมควร แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ประหยัด

ระบบการกันสั่งสะเทือนของ GPX รุ่นนี้ต้องขอบอกเลยครับว่าเขาให้มาดีมาก ทั้งโช้คหน้าและหลัง ในส่วนของโช้คหน้าคู่ที่ให้มาเป็นแบบโช้คหัวกลับจากค่าย KYB หรือ Kayaba ที่เรารู้จักนั้นเองครับ โช้คคู่หน้าที่ให้มาถือว่าทำงานได้ค่อนข้างดีในการขับขี่บนถนนและสนามแข่งครับ โช้คหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยว ที่ให้ความนุ่มนวลได้ดีพอสมควรเลยครับ แต่…ที่ต้องบอกว่าแต่นั้นก็เพราะ โช้คหลังมีความนิ่มเหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนเป็นอย่างมากครับ ถ้าอยากขี่ในสนามแนะนำว่าควรปรับโช้คให้มีความแข็งขึ้นมาอีกหน่อยถึงจะขี่สนุก

เรามาต่อกันที่ระบบเบรก เป็นแบบดิสก์เบรก ทั้งหน้าและหลัง ด้านหลังเป็นปั้มแบบ 1 พอร์ท ด้านหน้าเป็นแบบ 2 พอร์ท ขนาดของยางที่ให้มากับรถจะเป็น หน้า 120/70-14 ด้านหลัง 140/70-14  ความกว้างของตัวรถ 750 มิลลิเตร และความยาว 1,835 มิลลิเมตร ความสูงอยู่ที่ 1,050 มิลลิเมตร เป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์กับรูปทรงของคนไทยอย่างมากผมเองสูง 165 สามารถยืนได้สบายๆ เพราะความสูงจากเบาะนั่งอยู่ที่ 780 มิลลิเมตร เท่านั้นเองครับ ความจุของถังน้ำมันอยู่ที่ 8 ลิตร น้ำหนักต้องขอบอกเลยว่าเบามากครับ 130 กก.

สุดท้าย ระบบแสดงผลหรือหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Digital ทั้งหมด ส่วนประกับแฮนด์ด้านขวาที่ทาง GPX ให้มาจะมี ปุ่มเปิดปิด off run ไฟผ่าหมาก แล้วก็ปุ่มสตาร์ท ด้านซ้ายจะมี ไฟสูงต่ำ ไฟเลี้ยว ไฟกระพริบ แล้วก็โช้คน้ำมันเอาไว้สำหรับเวลาเครื่องเย็นสตาร์ทไม่ติดก็สามารถดึงเข้าหาตัวแล้วสตาร์ทได้แต่แนะนำอย่าเปิดทิ้งไว้เพราะอาจจะทำให้น้ำมันท่วมคาร์บูเรเตอร์ได้ครับ

สรุป

  1. ดีไซน์ที่ลงตัวและเอกลักษณ์เฉพาะในแบบ GPX

  2. เล็กกะทัดรัดขับขี่ได้ง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มขับขี่รถแบบมีครัทช์ครั้งแรก

  3. การดูแลรักษาง่าย

  4. เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

  5. น้ำหนักเบา

สุดท้ายนี้สามารถติดตามข่าวสาร และบทความดีๆ จาก GPX AllRide ได้ที่เว็บไซต์ https://gpxallride.com/ อีกหนึ่งช่องทางคือ Facebook Fanpage  https://goo.gl/x1xPyX